รู้ก่อนใช้บริการโกดังให้เช่ากรุงเทพ ภาษีที่ต้องจ่ายมีอะไรบ้าง

โกดังให้เช่ากรุงเทพ

กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของประเทศ และถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญมากที่สุด นอกจากที่จะมีสำนักงานมากมายเกิดขึ้นแล้ว ในส่วนของบริการโกดังให้เช่ากรุงเทพก็มีเยอะมาก ๆ เลยเช่นกัน เพราะส่วนใหญ่แล้วธุรกิจประเภทต่าง ๆ จะเลือกตั้งสำนักงาน และฐานการผลิตที่กรุงเทพฯ นั่นเอง แต่ในการเช่าโกดังนั้นไม่ว่าจะเป็นที่ไหน รวมถึงกรุงเทพฯ ด้วยก็ต้องเสียภาษีด้วยเช่นกัน แล้วภาษีที่ต้องเสียมีแบบไหนบ้าง มาติดตามกัน 

รู้ไว้เลยก่อนใช้บริการโกดังให้เช่ากรุงเทพ กับภาษีที่จำเป็นต้องจ่ายในการเช่าโกดัง 

  • ภาษีเงินได้หัก ที่จ่าย 

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เป็นภาษีที่ทางบริษัท หรือผู้ที่ให้เช่าโกดังจะต้องทำดำเนินการในการหัก และทำหนังสือรับรองให้กับผู้ให้เช่าด้วยทุกครั้ง โดยในการหักภาษีส่วนนี้จะอยู่ที่อัตราร้อยละ 5 ของค่าเช่าที่มีการจ่ายเงิน และการนำส่งภาษีแล้วภายใน 7 วันของเดือนถัดไป แต่ในส่วนของค่าบริการอื่น ๆ เช่น ค่าส่วนกลาง ก็จะต้องจ่ายในอัตราร้อยละ 3  

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 

ในส่วนของค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ เช่น การเช่าโรงงาน การเช่าโกดังสินค้า หรือการเช่าอาคาร จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ได้รับการยกเว้นไม่ถูกนำมาคิดในการจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่หากว่ามีค่าบริการอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากค่าใช้จ่ายเบื้องต้น แล้วผู้เช่ามีรายได้ที่มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ก็ทำให้ต้องมีการคิดค่าภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปตามกฎหมาย ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 7 

  • อากรแสตมป์ 

ค่าอากรแสตมป์ เป็นค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการทำสัญญาเช่าโกดัง หรือโรงงาน โดยการที่สัญญาจะสมบูรณ์ตามกฎหมายได้ ก็จะต้องผ่านการติดอากรแสตมป์ก่อน ซึ่งอัตราค่าอากรแสตมป์ก็จะอยู่ที่ร้อยละ 0.1 ของค่าเช่าที่มีตลอดสัญญา สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็จะต้องมีการตกลงกันของฝ่ายผู้เช่า และผู้ให้เช่าว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไป 

  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นภาษีที่มีการเริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2563 โดยในส่วนของค่าใช้จ่ายตรงนี้ก็ต้องเป็นการตกลงกันของสองฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้ให้เช่า และฝ่ายผู้เช่า ซึ่งอัตราการคิดค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ก็มีดังนี้ 

มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อัตราการคิดค่าภาษี 
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.3% 
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 50-200 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.4% 
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 200-1,000 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.5% 
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท คิดอัตราภาษี 0.6% 
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตราภาษี 0.7% 

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็เป็นภาษีที่ต้องจ่ายในการเช่าโกดัง หรือว่าโรงงาน โดยเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการที่สนใจอยากจะใช้บริการโกดังให้เช่ากรุงเทพ และเช่าโกดังในจังหวัดอื่น ๆ ควรทราบเอาไว้ด้วย เพราะนอกจากที่จะต้องจ่ายค่าเช่าโกดังแล้ว ก็ยังมีค่าใช้จ่ายในส่วนของภาษีเพิ่มเติมด้วย