บริการส่งพัสดุคิดค่าขนส่งยังไง ปัจจัยที่มีผลต่อราคาค่าขนส่ง 

การเลือกใช้บริการส่งพัสดุ มีวิธีการคิดค่าขนส่งยังไง มีปัจจัยใดส่งผลต่อค่าส่งถูกหรือแพงบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจแบบเจาะลึก เวลาต้องส่งพัสดุจะได้ไม่โดนเอาเปรียบ และสามารถเลือกบริษัทขนส่งที่ให้ข้อเสนอด้านราคาที่ดีที่สุดได้ 

บริการส่งพัสดุคิดค่าส่งยังไง

สำหรับวิธีการคิดค่าส่งของบริษัทบริการส่งพัสดุที่สามารถพบได้บ่อย หลัก ๆ มีอยู่ด้วยกัน 3 วิธี ได้แก่ 

1. คิดราคาตามระยะทาง (กิโลเมตร) 

ตัวอย่างเช่น รถกระบะคิด 10 – 20 บาทต่อกิโลเมตร รถ 6 ล้อคิด 30 – 50 บาทต่อกิโลเมตร รถ 10 ล้อคิด 50 – 100 บาทต่อกิโลเมตร

  • ค่าขนส่งจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ (ประมาณ 700 กิโลเมตร)
    • รถกระบะ 700 x 10 = 7,000 บาท รถ 6 ล้อ 700 x 30 = 21,000 บาท

2. คิดราคาแบบเหมา

เหมาะกับขนของย้ายบ้านหรือขนของในปริมาณมาก ตัวอย่างราคารถเหมา รถกระบะขนของในกรุงเทพฯ เริ่มต้น 500 – 2,500 บาท รถ 6 ล้อขนของต่างจังหวัด เริ่มต้น 3,000 – 10,000 บาท

3. คิดราคาตามประเภทของพัสดุ

ตัวอย่างราคาโดยประมาณ

  • เฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก รถกระบะ 1,000 – 2,500 บาท รถ 6 ล้อ 3,000 – 5,000 บาท
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า รถกระบะ 1,500 – 3,000 บาท รถ 6 ล้อ 4,000 – 6,000 บาท
  • วัสดุก่อสร้าง รถกระบะ 2,000 – 4,000 บาท รถ 6 ล้อ 5,000 – 10,000 บาท 

ปัจจัยใดมีผลต่ออัตราค่าบริการบ้าง

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการใช้บริการส่งพัสดุถูกหรือแพง มีดังนี้ 

  • ระยะทางการขนส่ง
    • ค่าขนส่งมักคำนวณตามระยะทางจากจุดรับของไปยังจุดส่งของ
    • คิดค่าบริการเป็นอัตราต่อกิโลเมตร เช่น 10 – 30 บาทต่อกิโลเมตร ขึ้นอยู่กับประเภทรถ
    • หากเป็นระยะทางไกล อาจมีส่วนลดค่าขนส่งหรือเสนอราคาเหมา
  • ประเภทของรถที่ใช้ขนส่ง รถรับจ้างขนส่งมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีขอบเขตค่าขนส่งต่างกัน
    • รถกระบะรับจ้าง สำหรับพัสดุขนาดเล็กกึ่งกลาง เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ค่าส่งเฉลี่ย 500 – 3,000 บาทต่อเที่ยว
    • รถ 6 ล้อ สำหรับขนย้ายของปริมาณมาก เช่น วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร ค่าส่งเฉลี่ย 3,000 – 10,000 บาทต่อเที่ยว
    • รถ 10 ล้อหรือรถพ่วง สำหรับสินค้าปริมาณมาก เช่น สินค้าเกษตร วัตถุดิบอุตสาหกรรม ค่าส่งเฉลี่ย 10,000 บาทขึ้นไปขึ้นอยู่กับระยะทาง
  • ขนาดและน้ำหนักของพัสดุ ค่าบริการอาจแตกต่างกันตามน้ำหนักและขนาดของพัสดุ บางบริษัทคิดค่าขนส่งตามปริมาณสินค้าเป็นลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นตันของหนักหรือของขนาดใหญ่ เช่น ตู้เย็น โซฟา อาจมีค่าขนส่งแพงขึ้น
  • ค่าทางด่วนและค่าผ่านทาง หากเลือกใช้เส้นทางที่ต้องผ่านด่านเก็บเงินอาจมีค่าทางด่วนหรือค่าผ่านทางเพิ่มเติม ผู้ให้บริการบางรายอาจรวมค่าผ่านทางไว้ในราคาขนส่งแล้ว แต่บางรายอาจคิดเพิ่ม
  • ค่าจ้างแรงงานเพิ่มเติม หากต้องการพนักงานช่วยยกของอาจมีค่าบริการเพิ่มเติมประมาณ 200 – 500 บาทต่อคน ขึ้นอยู่กับขนาดของพัสดุและจำนวนของที่ขนย้าย
  • ความเร่งด่วน
    • หากต้องการขนส่งแบบด่วนพิเศษอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
    • ค่าขนส่งช่วงกลางคืนหรือวันหยุดอาจมีราคาสูงขึ้น

สรุปได้ว่าค่าบริการส่งพัสดุของรถรับจ้างขนส่ง ขึ้นอยู่กับระยะทาง ประเภทรถ ขนาดของพัสดุ ค่าแรงพนักงาน และค่าผ่านทาง โดยแต่ละผู้ให้บริการจะมีวิธีการคิดที่แตกต่างกัน เช่น คิดตามกิโลเมตร คิดแบบเหมา หรือคิดตามประเภทของพัสดุ